Topic : ทำอย่างไรจึงจะไม่เป็น Office Syndrome

    


รักษ์ผิว คลินิก

แนะนำความรู้ ข้อมูลเกี่ยวกับ Office Syndrome

ภัยร้ายใกล้ตัวของคนทำงาน

โดย

 

 

พญ. สุปราณี อุตตราพัธ

เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง
       
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขา อายุรกรรมประสาทวิทยา

(สมอง และกล้ามเนื้อ)
       Family Medicine 
       Certificate Anti-Aging and Regenerative Medicine
      
เชี่ยวชาญพิเศษด้านการใช้โบทอกซ์เพื่อรักษาโรคและ เพื่อเสริมความงาม อาทิเช่น รักษาโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก
       
กล้ามเนื้อเกร็งผิดปกติ โรคปวดศรีษะ  และกล้ามเนื้อ และการฉีดโบทอกซ์ลดริ้วรอย

และปรับแต่งรูปหน้า

 

Office Syndrome ภัยร้ายใกล้ตัวของคนทำงาน

           หลายท่านอาจมีอาการ ปวดศีรษะ กระบอกตา ตาแห้ง สู้แสงไม่ได้ ปวดตึงกล้ามเนื้อบริเวณ คอ บ่า ไหล่ หลัง  มือเท้าชา อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ หากปล่อยไว้อาจลุกลามเป็นโรคเรื้อรัง ทำให้กล้ามเนื้อเป็นจุดแข็งที่เรียกว่า Trigger Point หรือเกิดปลายประสาทอักเสบ

 

สาเหตุหลักๆเกิดจาก  

1. โครงสร้างทางร่างกายไม่สมดุล เช่นผู้ที่มีหลังคด หรือขาสั้นยาวไม่เท่ากัน ทำให้กล้ามเนื้อทำงานไม่  สมดุลกัน

2. เกิดจากร่างกายขาดการเคลื่อนไหว เนื่องจากอยู่ในท่าเดิมนานๆ ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็งตลอดเวลา

3. เกิดจากการวางท่าทางหรือพฤติกรรมบางอย่างส่งผลเสียต่อสุขภาพ เช่น การนั่งไขว่ห้าง

การยืนกอดอก การนั่งหลังค่อมหรือการยืนแอ่นหลัง การใส่ส้นสูง การยืนพักขาข้างเดียว

การยกของหนักเป็นเวลานาน การสะพายกระเป๋าเพียงข้างเดียว เป็นต้น

4.  สภาพแวดล้อมในการทำงานต่างๆไม่เหมาะสม

 

การรักษาและป้องกัน

1. ทานยาแก้ปวด หรือยาคลายกล้ามเนื้อ

2. นวดกดจุด นวดคลายกล้ามเนื้อ หรือนวดประคบ

3. ฝังเข็มเพื่อคลายจุดที่เจ็บ

4. การใช้ยา Botulimum เพื่อลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ

5. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ  

6. ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใน  สถานที่ทำงานให้ถูกต้องเหมาะสม

 

Tips : การบริหารเบื้องต้นเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

การบริหารกล้ามเนื้อคอ

                ท่าที่ 1 :  นำมือข้างซ้าย อ้อมไปจับศีรษะด้านขวา จากนั้นดึงมาทางซ้ายจนรู้สึกตึง นับ 1-10 แล้วสลับข้างทำเหมือนเดิม

ท่าที่ 2 : ประสานมือบริเวณท้ายทอย จากนั้นดันมาด้านหน้าจนรู้สึกตึง เป็นการยืดกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอ

                ท่าที่ 3 :  ตั้งศีรษะตรง เอียงศีรษะไปด้านซ้ายช้าๆ จนกระทั่งกล้ามเนื้อคอด้านข้างรู้สึกตึง ค้างไว้ประมาณ 10-20 วินาที จากนั้นสลับไปทำด้านขวาแบบเดียวกัน ทำซ้ำข้างละ 2-3 ครั้ง     

การบริหารกล้ามเนื้อหัวไหล่ สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการปวดไหล่เป็นประจำ

               ท่าที่ 4 : ยกหัวไหล่ขึ้นมาจนสุด แล้วเกร็งค้างไว้ นับ 1-10

               ท่าที่ 5 : กดหัวไหล่ลงไปให้สุด แล้วเกร็งค้างไว้ นับ 1-10

               ท่าที่ 6 : กอดตัวเองให้แน่นที่สุด ให้มือไขว้กันมากที่สุด โดยพยายามเอามือโอบด้านหลังของตัวเองให้ได้มากที่สุด นับ 1-10 ท่านี้เป็นการยืดกล้ามเนื้อด้านหลัง

การบริหารบริเวณสะโพก ช่วยในการแก้ปัญหาเหน็บชาที่เท้าและขา เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกและต้นขาเกิดพังผืดไปกดทับเส้นประสาท

              ท่าที่ 7 :  นำเท้าซ้ายขึ้นมาวางทับเหนือเท้าขวา จากนั้นเอนตัวมาด้านหน้า จะรู้สึกตึงบริเวณต้นขาด้านซ้าย นับ 1-10 จากนั้นทำสลับข้าง

การบริหารกล้ามเนื้อด้านข้าง

              ท่าที่ 8 : ยืดมือขึ้นสุดมือประกบกัน จากนั้นเอนตัวทางซ้าย นับ 1-10 แล้วเอนตัวมาด้านขวา นับ 1-10

                                     

 

A : ศีรษะ ตั้งตรง คางไม่ยื่น / หู ไหล่ สะโพกอยู่ในแนวเดียวกัน

B : ระดับสายตา ควรอยู่ประมาณ 1 ส่วน 3 ของขอบด้านบน / ระยะห่างจากสายตาถึงจอควรอยู่ระหว่าง 18 ? 24 นิ้ว

C : คอควรตั้งตรง ควรใช้ Headphone ระหว่างคุยโทรศัพท์ ไม่ควรใช้คอและไหล่หนีบหูโทรศัพท์

D : ข้อศอกตั้งตรง กางได้มากกว่า 90 องศา เล็กน้อย

E : เก้าอี้ ควรจะปรับระดับได้ให้นั่งพิงกับพนักด้านหลัง

F : ที่วางเอกสาร ควรอยู่ระดับเดียวกับจอ

G : คีย์บอร์ด ให้อยู่ระดับกับข้อศอก 

H : เมาส์ ให้อยู่ระดับเดียวกับคีย์บอร์ด

I : ระดับเก้าอี้ เวลานั่งให้สะโพกขนาดกับพื้น 90 องศา เม้าวางไว้ที่พื้น

J : ผ่อนคลายทุก 30 นาที

 

 

 



2011-06-28