Topic : การฝังเข็ม ในการรักษา Office Syndrome

    
การฝังเข็ม

การฝังเข็มคืออะไร

     การฝังเข็มเป็นศาสตร์ที่ใช้รักษาโรคที่มีประวัติอันยาวนาน ประมาณ 4,000 ปี นับจากจีนยุคโบราณ มีการพัฒนาและวิจัยอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ทราบเหตุผลทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์หลายอย่างที่นำมาอธิบายผลของการ รักษาด้วยการฝังเข็มได้ กระทั่งปี 1979 องค์การอนามัยโลกหรือ WHO ได้ประกาศผลการรักษา  57 โรค ด้วยวิธีการฝังเข็มว่าได้ผลจริง และมีผลข้างเคียงน้อย

 

การฝังเข็มทำอย่างไร

     แพทย์จะทำการวิเคราะห์โรคและปักเข็มลงในจุดที่มีผลในการรักษา และมีการกระตุ้นเข็มด้วยมือ ซึ่งจริงๆแล้วเพียงปักเข็มลงไปไม่ได้ฝังลงไปจริงๆ เป้นวิธีที่ปลอดภัยและมีภาวะแทรกซ้อนน้อย

 

การฝังเข็มดีอย่างไร

ตาม การแพทย์แผนจีนเชื่อว่าการฝังเข็มทำให้ระบบลมปราณหมุนเวียนดีขึ้น และช่วยปรับสมดุลของร่างกาย ซึ่งข้อมูลในปัจจุบันพบว่า การฝังเข็มสามารถรักษาโรคโดยอาศัยกลไกสำคัญดังต่อไปนี้

  1. ก่อให้ เกิดการหลั่งสารต่างๆในร่างกายหลายชนิด ไม่ว่่าจะเป็น เอ็นโดรฟินลดปวด หรือสารสื่อประสาทต่างๆ (NE, 5-HT) ทำให้เกิดฤทธิ์ระงับความเจ็บปวด ลดการเกร็งกล้ามเนื้อ ปรับปรุงการทำงานระบบประสาท และทำให้จิตใจแจ่มใส
  2. ก่อให้เกิดการกระตุ้นให้มีการปรับตัวของระบบประสาทอัตโนมัติ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดทั้งบริเวณเฉพาะที่และทั่วร่างกาย
  3. ก่อ ให้เกิดการคลายภาวะหดเกร็งกล้ามเนื้อเฉพาะจุดที่เรียกว่า Trigger point ซึ่งเป็นสาเหตุการปวดของโรคกล้ามเนื้อเรื้อรัง (Myofascial pain syndrome) จากการศึกษาพบว่าจุดฝังเข็มสัมพันธ์กับ trigger point ถึงร้อยละ 80

 

 

การฝังเข็ม รักษาโรคอะไรได้บ้าง

 

องค์การ อนามัยโลก ยอมรับการรักษาด้วยการฝังเข็ม ว่าเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาโรค จำนวน 57 โรค โดยสามารถแบ่งกลุ่มโรคต่างๆได้ ดังนี้

  1. กลุ่มอาการปวดต่างๆ เช่น ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ ปวะสะบัก ปวดเข่า ปวดศรีษะไมเกรน
  2. อัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งมีรายงานว่า การฝังเข็มร่วมกับการฟื้นฟูสมรรถภาพ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือตนเองของผู้ป่วยได้ดีขึ้นกว่าอาร ฟื้นฟูสมรรถภาพ หรือการทำกายภาพบำบัดเพียงอย่างเดียว
  3. โรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก เช่น ข้อเสื่อม ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง ( Myofascial pain )
  4. โรคเรื้อรังบางชนิด เช่นโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด
  5. โรคอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาเป็นรายๆไป เช่นอาการปวดประจำเดือน โรคเครียด และนอนไม่หลับ

 

อย่างไร ก็ตามการรักษาในแต่ละคน จะได้ผลดีไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เป้นโรคนั้นพยาธิสภาพของโรคและสภาพร่างกายของผู้ป่วย ดังนั้น จึงควรปรึกษาแพยท์ผู้เชี่ยวชาญ และศึกษาข้อมูลก่อนรับการฝังเข็ม

 

ข้อห้ามในการฝังเข็ม

  1. โรคที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
  2. โรคที่มีข้อบ่งชี้ในการรักษาโดยการผ่าตัด
  3. ตั้งครรภ์

 

อันตรายที่อาจพบได้จากการฝังเข็ม

  1. เลือดออก รอยฟกช้ำ มักเกิดจากเข็มไปถูกเส้นเลือดเล้กๆ ใต้ผิวหนัง ซึ่งส่วนใหญ่จะหยุดได้เองโดยใช้ก้อนสำลีกดไว้ชั่วขณะ
  2. อาการเป็นลม มักพบในผู้ที่กลัวเข็ม หรือตืื่นเต้นกังวลมากๆ ซึ่งหากนอนพักอาการก็จะดีขึ้น
  3. ติดเชื้อ พบได้น้อยมาก ขึ้นอยู่กับมาตรฐานปลอดเชื้อของแต่ละคลินิก และเข็มที่ใช้ฝัง

 

 

เข็มที่ใช้ในการฝังเข็ม

     เข็มทุกเข็มที่ใช้จะต้องเป็นเข็มสแตนเลสที่ผ่านการฆ่าเชื้อที่ได้มาตรฐาน บรรจุแผงจากโรงงาน ใช้เพียงครั้งเดียวทิ้ง ไม่นำกลับมาใช้ซ้ำอีกเด็ดขาด จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยจากการติดเชื้อโรคติดต่อไม่ว่าจะเป็นโรคเอดส์หรือโรค ไวรัสตับอักเสบ

     ขนาดของเข็มจะขนาดเล็กกว่าเข็มฉีดยาทั่วไป 10-20 เท่า เข็มที่เล็กที่สุดจะมีขนาดเท่ากับเส้นผม นอกจากนี้เข็มที่ใช้เป้นเข็มตัน ไม่มีรูตรงกลาง จึงไม่มีการตัดกล้ามเนื้อหรือเส้นเลือดเหมือนเข็มฉีดยาปกติ และเจ็บน้อยกว่า โอกาสที่จะเกิดอันตรายต่อเส่นประสาท เส้นเลือดและอวัยวะภายในจึงมีน้อย

 

ระยะเวลาที่ใช้ในการฝังเข็มนานเท่าไร

 

     การฝังเข็มแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 30 นาที ควรมาฝังเข็มต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ซึ่งอาการต่างๆมักดีขึ้นหลังจากได้รับการฝังเข็ม 2-3 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการรักษาโรคต่างๆอาจแตกต่างกัน ตามดุลยพินิจของแพทย์

 

 

คำแนะนำสำหรับผู้ที่จะเข้ารับการฝังเข็ม

     ควรแจ้งโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบก่อนทำการรักษา อาทิเช่นโรคลมชัก ตั้งครรภ์ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือมีเครื่องกระตุ้นหัวใจ

     ผู้ป่วยไม่ควรกังวลหรือกลัวมากเกินไป เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อเกร็ง และปวดมากขึ้นเวลาปักเข็มลงไป

     ระหว่างฝังเข็ม อาจเกิดความรู้สึดหนักๆ หน่วงๆ ตื้อๆ ในจุดฝังเข็ม หรือมีความรู้สึกแปล๊บๆ ไปตามเส้น หากรู้สึกเจ็บมากเกินไปให้แจ้งแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ให้ทราบเพื่อลดการกระ ตุ้นให้เบาลง อาการเจ็บปวดก็จะลดลง

     ในระหว่างคาเข็มพยายามอย่าขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฝังเข็มมากเกินไป เพราะทำให้เจ็บมากขึ้นและจะมีเลือดออกได้

     ตอนถอนเข็ม พยายามผ่อนคลายกล้ามเนื้อจะช่วยให้สบายที่สุด หากมีอาการผิดปกติใตๆ เช่น รู้สึกหวิวๆ หน้ามืดจะเป็นลม แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ให้แจ้งแพทย์หรือผู้ช่วยแพทย์ทราบทันที

     หากยังคงมีอาการปวดระบบหลังการฝังเข็ม กรุณาแจ้งแพทย์ หรือผู้ช่วยแพทย์

 

 

ทาง รักษ์ผิวคลินิก มีแพทย์ผู้เชียวชาญในการฝังเข็มรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อไหล่ ต้นคอ ซึ่งพบได้ในคนทำงานออฟฟิต  หรือที่เราเคยแนะนำไปคือ  Office syndrome คือ แพทย์หญิงสุปราณี นิมิตรวงศ์สกุล (อุตตราพัธ) ซึ่งนอกจากคุณจะมารับการทำทรีทเมนต์เพื่อความงามแล้ว ยังได้รับการรักษาโดยการฝังเข็มเพื่อลดอาการปวดต้นคอและไหล่ได้ด้วยค่ะ

 

พญ. สุปราณี ลงตรวจ ตามสาขาและวันเวลาดังนี้ค่ะ

 

สาขา แฟชั่นไอซ์แลนด์            วันพุธ 13.00-20.00 น.

สาขา เซนทรัลรัตนาธิเบศน์      วันพฤหัส 13.00-16.00 น.

    วันศุกร์ 13.00-20.00 น.

สาขา เดอะมอลล์บางกะปิ        วันอังคารและวันอาทิตย์ 13.00-20.00 น.

 

หากสนใจทำการฝังเข็ม รบกวนโทรแจ้งนัดกับเจ้าหน้าที่ก่อนด้วยค่ะ สามารถโทรเข้า Call Center 02-789-3080

หรือโทรเข้าสาขาของเราโดยตรงได้เลยค่ะ

 

สาขาเดอะมอลล์ท่าพระ ชั้น 2 ใกล้ MK

                โทรศัพท์ :: 02-477-9403

สาขาเดอะมอลล์บางกะปิ ชั้น 2 ติดธนาคารกสิกร

                โทรศัพท์ :: 02-704-7628

 

สาขาฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ชั้น 2 โซนลานน้ำพุ

                โทรศัพท์ :: 02-958-5603

สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ ชั้น 2 โซนลานน้ำพุ

                โทรศัพท์ :: 02-947-5649

สาขาเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ ชั้น 2 ฝั่งโรบินสัน

                โทรศัพท์ :: 02-969-8869

  รักษ์ผิวคลินิก ใส่ใจผิวคุณ


2011-01-24